2008/Jul/19

ทุกวันนี้เรามีอาการเหมือนน้ำท่วมปาก
ไม่สามารถคุยกะเค้าในเรื่องที่เราอยากคุยตรงๆ ได้
ในเรื่องที่เราได้รับรู้มาและเจ็บมาก อย่างที่อยากจะบอกได้
เค้าคงไม่เคยรู้ว่าเราเจ็บแค่ไหนจากการกระทำของเค้า

เจ็บที่ได้รู้ว่าเค้าโกหกเราหลายๆ เรื่อง
เจ็บที่ได้รู้ว่าเค้านอกใจเราจนถึงขั้นเกือบมีไรกะคนอื่น
เจ็บที่ได้เห็นข้อความที่เค้าบอกเหมือนไม่ได้รักเรา แต่เป็นเหมือนการรับผิดชอบ
เจ็บจนไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกนั้นยังไง

มันมีอาการเหมือนน้ำท่วมปาก
อยากพูดออกมาให้เค้าเข้าใจ
แต่เราว่าพูดออกมามันคงไม่มีประโยชน์อะไร
แล้วมันจะไม่ใช่พูดออกมาเพื่อให้เกิดความเข้าใจ
แต่มันจะกลายเป็นการพูดเพื่อให้เกิดความแตกแยกซะมากกว่า

เหนื่อยมากกับการที่ต้องเจ็บอยู่แบบนี้
แต่เราก็ขี้ขลาดเกินกว่าที่จะก้าวออกมา...
ซึ่งมันก็เหมือนเป็นการเห็นแก่ตัวของเราด้วยเหมือนกัน
ที่ไม่กล้าปล่อยให้เค้าไปทำตามความฝัน

ให้เค้าได้เจอและคบกับคนใหม่ที่สวย
จนทำให้คนอื่นต้องคอยมองแฟนเค้า
ไม่ใช่ให้เค้าต้องคอยไปมองแฟนคนอื่นอยู่แบบนี้
ให้เค้าได้ทำตามความฝัน
มีแฟนที่น่ารัก มีลูกสาวที่น่ารัก อย่างที่เค้าต้องการ

เจ็บจังนะ ...แต่ก็เหมือนเราเป็นคนเลื่อกที่จะอยู่จุดนี้เอง
หากวันไหนเราพูดสิ่งที่อยู่ในใจเราออกมา
ในนั้นมันคงเป็นวันที่จบเรื่องราวของเรากับเค้าเช่นกัน
มันเลยเป็นอาการของน้ำท่วมปาก...
ที่เหมือนท่วมไปจนถึงใจของเรา
จนแทบจะไม่มีแรงสู้สิ่งต่างๆ แล้ว

2008/Jun/26

หลังจากที่เหตุการณ์เริ่มดีขึ้นเราก็กล้าที่จะโทรกลับบ้าน
เพราะถ้าหากเป็นช่วงที่เกิดสถานการณ์แล้ว
เรากลัวจะโทรไปแล้วร้องไห้ให้พ่อกับแม่พลอยเป็นห่วงไปด้วย
แค่ถึงยังไงเราก็ไม่เคยมีความลับ...
เราจึงก็เริ่มเล่าให้ฟัง

พอดีกับวันที่โทรไปนั้น
เป็นวันที่เราได้บัตรบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาแพทย์
ส่วนบัตรบริจาคดวงตาเราได้ก่อนแล้วพักใหญ่
ซึ่งก่อนหน้าที่จะบริจาคได้ขออนุญาตทางบ้านก่อนแล้ว
เราก็บอกแม่ไป ว่าตอนได้บัตรครบแล้ว
หลังจากที่เล่าเรื่องอาทิตย์ที่ผ่านมาให้ฟัง

แม่บอกเราว่า ...
บริจาคดวงตา บริจากร่างกาย...ยังบริจาคได้
ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ก็คิดซะว่า...
บริจาคแฟนอีกสักคนทำไมจะทำไม่ได้เนอะ
รักตัวเองให้มากๆ หน่อย
อย่าทำอะไรไม่ดีๆ นะ

พอแม่พูดเราก็อึ้งไป
มันก็จริงนะ  ขนาดร่างกายของเรา
อวัยวะที่เป็นของเรา เรายังบริจาคได้
แต่ทำไมแฟนที่เป็นของนอกกายของเราแท้ๆ
เรากลับ  พยายามไม่ให้เสียไป
ทั้งๆ ที่เราก็ไม่แน่ใจเลยว่า...
เค้ายังรักเราเหมือนเดิมหรือเปล่า

2008/Jun/23

ที่จริงแล้วช่วงนี้คือกำหนดการที่เค้าต้องไปเทรนที่อินเดีย
ทางบริษัทให้เค้าไปเทรนที่อินเดียวันที่ 23 มิ.ย. - 3 ก.ค.
เค้าไปทำ passport เรียบร้อยเตรียมไปรับแล้วไปทำวีซ่าต่อ
แต่ก่อนวันที่ไปรับ passport หัวหน้ากลับแจ้งว่ายกเลิกการไปเทรนที่อินเดีย
โดยให้ผู้สอนเข้ามาในไทยแทน...
ถ้าเค้าไปอินเดียตอนนคงจะดีกว่า
ที่ต้องอยู่แล้วทะเลาะกันแบบนี้
บางทีการห่างกันบ้างอาจจะทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น...

เมื่อวานหลังจากที่เค้าทะเลาะกับเราช่วง 6 โมงเย็นแล้ว
เค้าก็ขับรถออกจากคอนโดไป
โดยบอกเราว่าขอไปสงบสติอารมณ์ จะเข้าไปทำงานสักพัก
แล้วกลับมาตอนตี 1 ส่วนเรานอนไม่ค่อยหลับทั้งคืน
จนตอนเช้าก็ออกไปยืนทำใจอยู่ที่ระเบียงสักพักใหญ่แล้วเข้ามาอาบน้ำ
เตรียมขนมปัง ไข่ลวกแล้วนั่งกินกาแฟด้วยกัน

เราเพลียและปวดหัวมากจึงบอกเค้าว่าวันนี้ขอลางาน
ถ้าเค้ากินอิ่มแล้วให้ไปได้เลยไม่ต้องรอเรา
เค้ามาแตะที่หน้าผากแล้วบอกเราว่าตัวก็ไม่ร้อน
ปวดหัวเพราะอะไร แล้วจะกินข้าวยังไง
จะเพราะอะไรเหรอ??


เค้ากินเสร็จก็ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ แล้วกอดเรา
พร้อมกับบอกว่า ขอโทษ เราไม่ดีเองแหละที่ใจร้อน
เค้าพูดแค่นี้เราก็โกรธต่อไม่ลง
แต่ความรู้สึกแล้วเหมือนเค้าขอโทษเพราะไม่อยากทะเลาะกันต่อ
8 โมงแล้าเค้ายังไม่ออกมาทำงาน
เรากลัวว่าจะสาย ก็เลยตัดสินใจมาทำงานแทนการลา
เพราะไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวมาทำลายเรื่องงานด้วย
แต่ก็มาพร้อมกับอาการตาบวมและปวดหัวมาก เพื่อนเห็นก็ทักกัน
ตลอดทางมาถึงที่ทำงานของเราก็คุยกันแทบนับคำได้...