2008/Apr/16

สงกรานต์ปีนี้ไม่ได้กลับบ้าน เพราะกลับช่วง 5-9 ไปแล้ว
ปีนี้เลยได้แต่โทรไปสวัสดีปีใหม่ไทยพ่อกับแม่แทน....
อยู่ที่  กทม.ก็ไปทานข้าวที่บ้านป้าเค้าแล้วก็สรงน้ำลุงกับป้า
ร่วมกับลูกๆ ของลุงป้า...เห็นบรรยากาศแล้วคิดถึงบ้านจัง...
 
วันอาทิตย์ที่ 13 เค้าชวนเราไปเยื่ยมเพื่อนที่สัตหีบ
เพราะแฟนของเพื่อนเค้าคลอดลูก และรับปากว่าจะเยี่ยมนานแล้ว
จนตอนนี้ลูกสาวของเพื่อนคนนี้อายุ สามเดือนกว่าแล้ว
เป็นลูกสาว  น่ารักเลี้ยงง่ายเชียว แถมยิ่มเก่งจนทำเอาเรากะเค้าหลงรักเลยล่ะ

ตอนแรกคุยกันว่าจะเดินทางไปกลับ
แต่พอดีกับเป็นช่วงที่ร้านเน็ตของเพื่อนเค้าเกิดปัญหานิดหน่อย
จะต้องทำเครื่องใหม่ เค้าเลยขออยู่ค้างเพื่อช่วยเพื่อน
เราจึงต้องนอนกะลูกสาวและแฟนของเพื่อนเค้า...แล้วก็ได้คุยกัน

แฟนของเพื่อนเค้าเล่าให้เราฟังว่า
สามีเค้าบอกเหมือนกันว่าคู่นี้รักกันมานานมาก
และเรามีโรคประจำตัวแต่ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร
บอกว่าให้คอยดูเอง แล้วจะมอง <ชื่อเค้า> เปลี่ยนไป...

เราพอจะเข้าใจความหมายที่แฟนของเพื่อนคนนี้พูด
เพราะหลายๆ คนบอกกับเราอย่างนี้เหมือนกัน
สายตาคนที่รู้จักเรากับเค้าหรือคนภายนอกมองมักจะบอกว่า...
เค้าน่ารัก  ดูแลเราดี และ รักกันดี..

แล้วแฟนเพื่อนเค้าก็บอกเราต่อว่า...
พี่เค้า (หมายถึงแฟนของเรา)  อยากมีลูกเนอะ...
ช่วงนั้นก็โทรปรึกษา....<ชื่อสามีของเค้า>...บ่อย...
พอเราได้ยินคำว่าช่วงนั้น...ก็รู้ทันทีว่ามันคือช่วงไหน

ช่วงนั้น...เราเครียด อยากคุยกับใครเพื่อระบาย
ก็จะโทรหาเพื่อนหรือโทรกลับบ้าน...
เคยนึกสงสัยเหมือนกันว่า...แล้วเค้าล่ะ ...
เครียดแบบนี้ปรึกษาใคร...
เพราะทางบ้านเค้าคงไม่เล่าให้ฟัง...วันนี้เราได้คำตอบแล้ว

แฟนเค้าเล่าหลายๆประโยคที่ได้ยินสามีบอกเพื่อน...อย่าง.....
“มันไม่ใช่ความรักหรอก มันเป็นความหลงมากกว่า...”
“เรื่องเซ็กส์มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก...”
“ตอนนี้เงินเดือนมีงเท่าไหร่แล้ว ผู้หญิงที่ไหน...”
“มึงก็รู้ว่าสุดท้ายมึงจะเลือกใคร…”
“มึงทิ้งเค้าได้ลงคอเหรอวะ  คนที่เริ่มต้นจาก 0 จากไม่มีอะไรเลยมาด้วยกัน...”

ได้ยินประโยคที่เริ่มต้นจาก 0  มาด้วยกัน เราแทบร้องไห้
ไม่รู้จะขอบใจเพื่อนคนนี้ยังไงดี...
บางอย่างในตอนนั้นเราไม่กล้าแม้แต่จะให้ใครพูด
หรือจะพูดเองก็เถอะเพราะรู้ว่าคงไม่มีประโยชน์อะไร...
แต่เราไม่รู้เลยว่ามีคนนึงได้พูดแทนเราออกไปหลายประโยค...
ซึ่งคิดว่าเค้าคงรับฟัง  และมองในแง่ดีมากว่าที่เป็นเราพูดออกไป

เรากับเค้าเหมือนเริ่มต้นจากศูนย์มาด้วยกัน
รู้จักกันตั้งแต่ต่างคนต่างก็ไม่รู้ว่าอนาคตเรียนจบไปจะเป็นอย่างไร
ได้ทำงานอะไร  มั่นคงแค่ไหน 
ยังไม่มีแม้กระทั่งรถ หรือบ้านเป็นของตัวเอง....
แต่เมื่อถึงวันที่พอจะมองเห็นอนาคตที่วาดไว้
คนที่คิดจะวาดฝันด้วยของอีกคนกลับเปลี่ยนไป...
ในขณะที่อีกคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า...ผิดตรงไหน...
และเมื่อรู้คำตอบกลับเป็นคำตอบที่...
ไม่สามารถแก้ไขในข้อบกพร่องนั้นได้

ถึงวันนี้คนที่เคยทำให้เรากับเค้ามีปัญหากัน...มีคนอื่นไปแล้ว
ส่วนเค้า...ความคิดที่อยากมีลูกก็ยังคงมีอยู่
แต่บอกกับเราว่า อย่าคิดมากเลย มันก็แค่ความคิดชั่ววูบน่ะ
ไม่มีลูกก็เล่นกะลูกเพื่อนกะหลานเอาก็ได้....
ถ้าเค้าคิดอย่างที่เค้าพูด และมีความสุขได้จริง ...ก็คงดี
เค้าคงไม่รู้หรอกว่า คนที่เจ็บกว่า  ที่เห็นเค้าอยากมีลูกคือ...เรา...

edit @ 16 Apr 2008 16:34:06 by BENO

Comment

Comment:

Tweet